โรคไวรัสตับอักเสบซี เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ชนิด ซี ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยพอควร ไวรัสตับอักเสบซี สามารถติดต่อกันทางเลือด การใช้เข็มร่วมกัน การฟอกไตในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง  แต่ไม่สามารถติดต่อกันได้ทางการให้นมบุตร การจามหรือไอรดกัน การรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำด้วยกัน และการใช้ถ้วยชามร่วมกัน โดยทั่วไปผู้ป่วยมักจะไม่ทราบมาก่อนว่ามีเชื้อนี้อยู่ในร่างกาย จะทราบได้ก็ต่อเมื่อไปตรวจร่างกายแล้วพบค่าการอักเสบของตับผิดปกติ และตรวจเลือดพบการติดเชื้อ

โรคไวรัสตับอักเสบซี อันตรายที่ป้องกันได้

อาการไวรัสตับอักเสบซี

  • ไวรัสตับอักเสบซีระยะเฉียบพลัน  หลังจากไวรัสตับอักเสบซีเข้าสู่ร่างกาย หรือ ไวรัสตับอักเสบซีระยะเฉียบพลันจะเกิดขึ้นใน 6 เดือนที่ได้รับเชื้อ แล้วจะทำให้เกิดการอักเสบของตับ แต่ส่วนมากผู้ป่วยจะไม่มีอาการ มีเพียงประมาณ 25-30% ของผู้ป่วยจะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ที่เรียกว่าดีซ่าน ดังนั้นผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่าตัวเองเกิดการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีแบบเฉียบพลัน
  • ไวรัสตับอักเสบซีระยะเรื้อรัง ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีมากกว่า 60% จะเกิดภาวะตับอักเสบเรื้อรัง ซึ่งช่วงแรกจะไม่มีอาการแสดงออก จนกว่าจะมีอาการตับอักเสบมาก หรือตับถูกทำลายไปสมควร โดยผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร แต่เมื่อเข้าสู่อาการตับแข็งก็จะเริ่มมีอาการต่างๆ ตามมา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ผอมลง  ท้องมาน ขาบวม ผิวดำคล้ำ รู้สึกคันโดยไม่มีแผลหรือผื่น  เลือดออกตามไรฟัน ผิวหนังช้ำง่าย สมองมึนงง ซึม สับสน หรือโคม่า หรือถ้าหากเป็นมากๆ ก็อาจเป็นม้ามโต หรือมะเร็งตับได้
  • โรคตับแข็ง ผู้ป่วยตับอักเสบเรื้อรังจากไวรัสตับอักเสบซีนั้น ตับจะมีอาการอักเสบและถูกทำลายไปเรื่อยๆ จนในที่สุดจะกลายเป็นตับแข็ง ซึ่งถ้าเป็นมากแล้ว ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลียมาก ดีซ่าน ท้องมาน และเกิดตับวายได้ในที่สุด
  • โรคมะเร็งตับ ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังจะมีโอกาสเกิดมะเร็งตับได้มากกว่าคนปกติ และมีรายงานว่าถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังอย่างถูกต้อง ก็สามารถลดโอกาสเกิดมะเร็งตับลงได้

การป้องกันไวรัสตับอักเสบซี

สำหรับการป้องกันตับอักเสบซีที่มักเป็นเชื้อไวรัสที่ไม่ได้แสดงอาการชัดเจน จึงทำให้หลายคนไม่รู้ตัวว่ากำลังเป็นโรคนี้ แถมยังสามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ ดังนั้น ผู้ที่กังวลว่าจะติดเชื้อโรคไวรัสตับอักเสบซีจึงควรป้องกันตัวเองให้ดีมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อและแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น ดังนี้

  • สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์
  • ไม่ใช้สิ่งของต่างร่วมกับผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น กรรไกรตัดเล็บ แปรงสีฟัน อุปกรณ์โกนหนวด ฯลฯ ซึ่งเสี่ยงต่อการสัมผัสเลือดและสารคัดหลั่ง
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือดและสารคัดคลั่ง เช่น เลือด น้ำหนอง เหงื่อ น้ำเหลือง น้ำลาย น้ำมูก น้ำอสุจิ ฯลฯ
  • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัย
  • ห้ามใช้เข็มฉีดยา เข็มสัก หรือเจาะร่างกายด้วยเข็มที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น
  • ควรสวมถุงมือป้องกันหากต้องสัมผัสเลือด หรือสารคัดหลั่งของผู้อื่น 
  • ในผู้ที่มีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ
  • สำหรับผู้ที่ตรวจพบเชื้อ ควรเข้ารับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี หรือตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบ ซี หากเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

ตรวจโรคไวรัสตับอักเสบซี ที่ภูเก็ตตรวจได้ที่ไหน?

ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้บริการที่ใกล้ชิด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งทีมงานที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษาและ การรักษา โดยคุณสามารถเข้ารับบริการได้ทั้ง walk-in หรือนัดหมายล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการ
จองคิวออนไลน์ https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me
เวลาทำการ 🕙 10:00-18:00 น. ทุกวัน
เบอร์ติดต่อ ☎️ 096-696-2449
Line id : @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ) หรือ https://lin.ee/R1TKRDo
แผนที่ 📌https://goo.gl/maps/xu45eTQUTjgpukJa7
Website 🌐https://phuketmedicalclinic.com
ปรึกษาแพทย์หรือสอบถามเพิ่มเติมได้เลยนะครับ
Inbox : m.me/100483916443107
สุขภาพคุณให้เราดูแล#คลินิกภูเก็ต
Phuket #Clinic #ภูเก็ตเมดิคอลคลินิก