ทำไม? ก่อนตรวจเลือดจึงต้องงดน้ำ งดอาหาร

คำตอบก็คือ น้ำที่เราดื่ม และอาหารที่เรากิน มีผลต่อระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด นั่นเอง

การตรวจเลือด สามารถวินิจฉัยโรคบางชนิดที่ไม่สามารถวิเคราะห์ได้จากการซักประวัติ  ผลการตรวจเลือดจึงต้องการความชัดเจน และถูกต้องที่สุด แต่สารอาหาร และสารจากเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่เรารับประทานเข้าไปาสู่กระแสเลือด และอาจทำให้ผลเลือดมีความแปรปรวนจากความเป็นจริงได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องงดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มก่อนการตรวจเลือดในการตรวจค่าบางอย่าง เพื่อให้ผลเลือดมีความแม่นยำที่สุด ซึ่งหลังจากเจาะเลือดเรียบร้อยร้อยแล้วเราสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติในระหว่างรอผลเลือด

ทำไม ก่อนตรวจเลือดจึงต้องงดน้ำ งดอาหาร

เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนเข้ารับการตรวจเลือด จึงจะได้ผลตรวจที่ถูกต้อง

  • ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรดื่มสุรา หรือมีความเครียดในช่วงที่จะทำการตรวจสุขภาพ กรณีใช้ยาควรแจ้งให้แพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการทราบ เพราะยาบางชนิดอาจ รบกวนการทดสอบได้
  • ควรใส่เสื้อที่พับแขนเสื้อขึ้นได้เพื่อความสะดวกในการเจาะเลือด และแขนเสื้อไม่รัดแน่นเกินไปเพื่อ ป้องกันการเขียวซ้ำจากการเจาะ
  • งด ดื่มชา กาแฟ น้ำหวาน เคี้ยวหมากฝรั่ง ลูกอม สูบบุหรี่ ระหว่างอดอาหาร แต่สามารถจิบน้ำเปล่าได้
  • การงดน้ำ และอาหารก่อนเจาะเลือด ซึ่งช่วงเวลาที่ควรงดน้ำงดอาหารจะแตกต่างกันไปตามจุดประสงค์ในการตรวจเลือด ผู้ที่เข้ารับการตรวจเลือดควรเตรียมตัวให้พร้อม และปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง ดังนี้
    • การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar หรือ FBS) ต้องงดอาหาร เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว ลูกอม หมากฝรั่งทุกชนิด ไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมงก่อนการเจาะเลือด แต่สามารถดื่มน้ำเปล่าได้ เพราะสิ่งที่เรากินนอกจากน้ำเปล่านั้นจะมีผลต่อระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด
    • การตรวจไขมันในเลือด (Lipid Profile) ต้องงดอาหาร เครื่องดื่ม ของขบเคี้ยว ลูกอม หมากฝรั่งทุกชนิด อย่างน้อย 10-12 ชั่วโมง แต่สามารถดื่มน้ำเปล่าได้เช่นกัน และการตรวจไขมันไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) และไขมันชนิดไม่ดี (LDL) ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเจาะเลือด 3 วันด้วย
    • การตรวจระดับธาตุเหล็กในเลือด (Serum Iron Test) โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องงดน้ำ งดอาหารก่อนตรวจ แต่แพทย์อาจพิจารณาเป็นรายบุคคลว่าควรเตรียมตัวอย่างไร เนื่องจากผู้ที่ได้รับยาบางชนิดอยู่ก่อน อาจมีผลต่อค่า Serum Iron ที่สูงหรือต่ำกว่าความเป็นจริงได้
    • การตรวจวัดระดับวิตามินบี 12 ควรงดอาหารก่อนเจาะเลือด 12 ชั่วโมง
    • การตรวจการทำงานของไต (BUN, Creatinine) ไม่จำเป็นต้องงดน้ำ งดอาหารก่อนตรวจ แต่ควรลดอาหารประเภทเนื้อแดงให้น้อยลง 2-3 วัน ก่อนตรวจ
  • หลังเจาะเลือด ควรกดแผลที่เจาะเลือดไว้ประมาณ 5-10 นาที เพื่อให้เลือดหยุดไหล ไม่ควร แกว่งแขน หรือใช้แขนนั้นถือของหนัก ระวังไม่ให้แขนเสื้อรัดแขนบริเวณที่เจาะ เพื่อหลีก เลี่ยงอาการเขียวช้ำ
  • หากมีอาการหน้ามืด วิงเวียน ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ และนั่งพักสักครู่ ไม่ควรลุกขึ้นทันที
  • หากมีอาการเขียวช้ำที่บริเวณที่เจาะเลือด ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบในวันแรกเพื่อบรรเทา อาการ และใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบในวันต่อมา เพื่อให้หายจากอาการเขียวเร็วขึ้น ทั้งนี้อาการ เขียวช้ำเกิดจากมีเลือดซึมใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจเกิดได้จากการที่เลือดยังไม่หยุดไหลดีภายหลัง การเจาะเลือด อาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุต่างๆ กัน

การตรวจเลือดจะได้ผลที่แม่นยำหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการตรวจ และการปฏิบัติตนของผู้เข้ารับการตรวจเป็นสำคัญ ฉะนั้นก่อนเข้ารับการตรวจเลือดควรทำความเข้าใจถึงการเตรียมตัวก่อนตรวจให้ชัดเจน และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ตรวจเลือด ที่ภูเก็ตตรวจได้ที่ไหน?

ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้บริการที่ใกล้ชิด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งทีมงานที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษาและ การรักษา โดยคุณสามารถเข้ารับบริการได้ทั้ง walk-in หรือนัดหมายล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการ
จองคิวออนไลน์ https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me
เวลาทำการ 🕙 10:00-18:00 น. ทุกวัน
เบอร์ติดต่อ ☎️ 096-696-2449
Line id : @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ) หรือ https://lin.ee/R1TKRDo
แผนที่ 📌https://goo.gl/maps/xu45eTQUTjgpukJa7
Website 🌐https://phuketmedicalclinic.com
ปรึกษาแพทย์หรือสอบถามเพิ่มเติมได้เลยนะครับ
Inbox : m.me/100483916443107
สุขภาพคุณให้เราดูแล#คลินิกภูเก็ต
Phuket #Clinic #ภูเก็ตเมดิคอลคลินิก